สามช่องใต้
แสงเช้าเย้ายวนใจ หมอกขาวไล่เลี่ยเขา น้ำนิ่งดังกระจกเงา วิถีชนคนสามช่อง

ณ กลางคืนวันเสาร์ เมื่ออารมณ์ที่ชื่อว่า “เบื่อ” เกาะกุมสมองจนขาวโพลนในห้องสี่เหลี่ยมที่เรียกว่าห้องนอน จนไม่สามารถที่จะข่มตานอนหลับได้ สัญชาตญาณส่งสัญญาณมาว่า เราไม่ควรอยู่ ณ จุดนี้อีกต่อไป สมองต้องการเสพสารเอนโดรฟินแรงๆ เพื่อคลายความเครียดที่สั่งสมมาตลอดทั้งสัปดาห์ พลันข้อความใน facebook หนึ่ง โผล่ขึ้นมาว่า “พรุ่งนี้จะไปสามช่องใต้” ผมพิมพ์กลับไปโดยไม่ต้องรอให้สมองสั่งการว่า “ไป” ….. เมื่อสอบถามรายละเอียดแล้ว ผมต้องไปถึง สามช่องใต้ ก่อน 6 โมงเช้า … เมื่อคำนวณเวลาออกจากภูเก็ตแล้ว คงต้องออกราวตี 4 และ แน่นอนว่าต้องตื่นตอนตี 3 !!! แม้ว่า ความขี้เกียจจะลุกขึ้นมาประท้วง แต่ไม่อาจชนะความเบื่อที่ยึดสมองอยู่ในขณะนั้น การเดินทางจึงเริ่มขึ้นตอนตี 4 ของเช้าอีกวัน

เช้าวันอาทิตย์ ตี 4
ถนนในภูเก็ตโล่งมาก แน่นอนว่า 90% ของประชากรคงยังไม่ตื่นมาสัญจรกันบนท้องถนน ทำให้ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง เศษๆ ก็ถึง สามช่องใต้ แล้ว (เอาจริงๆ ถ้าขับไวๆ ล่ะก็ 1 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว) เส้นทางที่มืดสนิทจนมีคำถามว่า “ฉันมาทำอะไรที่นี่ และ ฉันมาคนเดียว” ท่ามกลางความมืด

ปรากฏว่า ไม่ใช่เพียงแค่เราที่มา ฯ ที่นี่ ณ เวลานี้ ช่างภาพอีก 4-5 คน มารอถ่ายภาพก่อนเราเสียอีก
เวลา 6.15 น. โดยประมาณ ฟ้าเริ่มสว่างพร้อมกับแสงสีส้มที่ลอดผ่านเมฆสีดำมา ความมืดยังคงครอบครองพื้นที่บนท้องฟ้าและแผ่นน้ำเบื้องล่างอยู่ มีเพียงแสงไฟจากบ้านกลางน้ำที่ส่องริบหรี่ว่ายังมีคนอยู่อาศัย

ผ่านไปเพียงไม่กี่นาที แสงสีส้มจากดวงอาทิตย์เริ่มขยายไล่ความมืดออกไปให้เห็นหมู่บ้านชาวสามช่องใต้ พร้อมกับเสียงชาวบ้านและเสียงเรือที่เตรียมออกไปหาปลา

เรือหางยาว ออกจากหมู่บ้านไปทีละลำ และ ทุกๆ ครั้งที่เรือแล่นออกจากหมู่บ้าน เสียงชัตเตอร์เบาๆ จากช่างภาพที่มารอถ่ายภาพนั้นก็ดังมาเป็นระยะ รวมถึงเสียงชัตเตอร์จากกล้องตัวโปรดของผม ที่ยังคงติดความง่วงอยู่จนปรับอะไรไม่ค่อยเป็นไปอย่างใจสักเท่าไหร่


เขาพระอาดเฒ่า แสดงให้เห็นถึงความใหญ่หลังแนวป่าโกงกางสีเขียว ที่แสงค่อยๆ ฝ่าหมอกสีขาวกระทบให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น


เมื่อแสงแรงขึ้น สีส้มเริ่มหายไป หมอกขาวเริ่มเห็นได้ชัดว่ามีมากแค่ไหน สายหมอกไล่เรี่ยไปตามขุนเขาราวผ้าขาวผืนใหญ่ที่โอบล้อมพันมัดเขาเอาไว้

สายหมอกปกคลุมทั้งผืนป่าและผืนน้ำ ไม่ยอมให้แสงได้กระทบผืนน้ำได้ง่ายๆ
แต่การดำเนินชีวิตของชาวสามช่องใต้ได้เริ่มขึ้นแล้ว และ พร้อมจะฝ่าหมอกเพื่อดำเนินชีวิตในวันนี้

แต่ในที่สุด แสงอาทิตย์สีทอง ก็ชนะหมอกสีขาว ขับไล่ความมืดบนผิวน้ำออกไปได้

เรามีเวลาหลายนาที ในช่วงเวลาสีทองของสามช่องใต้ และ ณ เวลานี้ ก็ดูเหมือนว่า ความเบื่อสีเทาในสมองของผม จะถูกแสงสีทองซัดหายไปด้วย ความรู้สึกอิ่มเอมยามเช้า ทำให้ความง่วงหายไปหลายสวยเลยทีเดียว รอยยิ้มริมมุมปากเผยออย่างไม่รู้ตัว … ส ว ย

เมฆหมอกที่ปกคลุมค่อยๆ ถูกแสงแรงกล้าของดวงอาทิตย์ผลักให้ค่อยๆ หายไป
พร้อมๆ กับชาวสามช่องเริ่มเตรียมพร้อมกับการทำงานในวันใหม่

เมื่อมีแสง สีสันของธรรมชาติก็ปรากฏให้เห็นชัดมากยิ่งขึ้น

ฟ้าสางแล้ว คุณ วิทวัส อันตาผล ชาวสามช่องใต้ พาผมไปนั่งชมบรรยากาศด้วยเรือ และ ไปยังสันทรายกลางคลองสามช่อง

วิวฟรีๆ ที่ทำให้เอนโดรฟินในสมองหลั่งทะลักกับความสุขในบรรยากาศยามเช้า

น้ำลด ปรากฏเป็นสันทรายกลางคลองสามช่อง ที่เต็มไปด้วยเปลือกหอยนับล้านกลางน้ำ ทำให้สายน้ำคดเคี้ยวแปลกตา

สายลมเย็นๆ ที่พัดผ่านมาจากภูเขาและป่ารอบตัวปะทะร่างกายเย็นสบายและสดชื่น

หมอกขาวยังไม่ยอมแพ้แก่แสงแดด ยังคงกระจายตัวเหนือหมู่บ้าน

กาแฟยามเช้าถูกเสิร์ฟ พร้อมกับวิวที่ยากนักที่จะเห็นในเมืองกรุง มีที่รองนั่งคือเปลือกหอยนับล้านกลางคลอง

 


เรือหากุ้งเคย (กุ้งสำหรับทำกะปิ) แล่นไปมาหาฝูงกุ้ง และ ผมหวังว่า คุณลุงจะได้ฝูงกุ้งใหญ่ๆ จากที่นี่

หมอกขาวยังคงอยู่กับเราถึง 9 โมงเช้า แม้จะผ่านมาแล้วหลายชั่วโมง แต่กลับรู้สึกว่าเวลาช่างเดินเร็วเสียจริง

 

คุณ วิทวัส อันตาผล พาผมมารับประทานอาหารเช้าที่ “แพพิงกัน” ที่พักเป็นบ้านหลังใหญ่ 2 ชั้น 4 ห้องนอน ลอยอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ

วันนี้มีคนพักเต็มและเกือบจะเต็มทุกวัน ผมบอกว่า รอบหน้าผมจะต้องมาพักที่นี่ให้ได้สักครั้ง

หากใครจะมาพักผ่อนและสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ก็สอบถามข้อมูลที่
ท่องเที่ยวชุมชนสามช่องใต้ หรือ โทร.091-0344913
หรือ ที่ แพพิงกัน โทร.095 695 1595

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here